ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม ร่วมกับ กลุ่มจิตอาสาพัฒนาเด็กและเยาวชน จัดโครงการ Open House เพื่อรองรับเด็ก และเยาวชนที่จะพ้นมาตรการของสถานพินิจ 

3

ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม ร่วมกับ กลุ่มจิตอาสาพัฒนาเด็กและเยาวชนจัดโครงการ Open House เพื่อรองรับเด็ก และเยาวชนที่จะพ้นมาตรการของสถานพินิจ และศูนย์ฝึกบ้านบึง ให้มีอาชีพ และอนาคต โดยที่ไม่เป็นภาระของครอบครัว

นางสุพัตรา เหลืองประเสริฐ ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม และคณะชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม พร้อมด้วย กลุ่มจิตอาสาพัฒนาเด็กและเยาวชน จัดให้มีกิจกรรม “Open House” หรือ เปิดบ้าน สถานพินิจ จังหวัดชลบุรี และ ศูนย์ฝึกบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เพื่อทำกิจกรรมในการรองรับเด็ก และเยาวชนที่จะพ้นมาตรการของสถานพินิจ และศูนย์ฝึกบ้านบึง ให้มีประสบการณ์ทางเลือกในการประกอบอาชีพ และวางเป้าหมายชีวิต และอนาคต โดยที่ไม่เป็นภาระของครอบครัว

โดยโครงการ Open House จึงดำเนินการภายใต้นโยบายประธานศาลฎีกา “รักศาล ร่วมใจ รับใช้ประชาชน” และเจตนารมณ์ของกลุ่มจิตอาสาพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและบริการให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาตร์ที่ทาง ชมรมคู่สมรสตุลาการได้กำหนดในการทำงานเพื่อยกระดับของชมรมให้ชัดเจนขึ้นสร้างความเข้าใจ และกระตุ้นคู่สมรสตุลาการให้เข้ามามีบทบาทในการทำงาน และมีส่วนร่วมมากขึ้น

ด้านนางปภาวดี นาเจริญกุล  กรรมการกลุ่มจิตอาสาพัฒนาเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ที่ดิฉันเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชน และครอบครัวจังหวัดชลบุรี ได้เห็นเคสต่างๆ จากการปฏิบัติหน้าที่โดยที่เยาวชนจำนวนมากที่หลงผิดไปแล้วต้องการปรับปรุงตนเอง กลับตัวใหม่ ด้วยอายุที่ยังน้อย ยังสามารถทำประโยชน์ให้สังคมและส่วนรวมได้อีกเยอะแต่ขาดพื้นที่หรือโอกาส  เมื่อเทียบกับสังคมวัฒนธรรมในประเทศที่เจริญแล้ว ดิฉันจึงได้รวบรวบพี่ๆเพื่อนๆ ที่เป็นผู้พิพากษาสมทบด้วยกันและกลุ่มเอกชนที่มีอุดมการณ์เหมือนกัน โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว มารวมกลุ่มกัน สร้างกิจกรรมดีๆ ให้กับเยาวชน และหาสถานที่รองรับเยาวชน

ทั้งนี้ในกิจกรรม Open House ยังมีการเสวนาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ จากผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย นาง  จตุพร กนกวุฒิพงศ์ Managing Director Luna Bianca Trattoria (Thailand ) Co.,Ltd., พ.ต.ท.ธัชกร ไชยสิทธิ์ กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี และ คุณรัชฎา ชมจินดา ผู้อำนวยการมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย ร่วมเสวนาด้วย

และภายในงานยังมีบู๊ธกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ บู๊ธแรก ของบริษัทลูน่าเบียนก้า อมตะสปริงคันทรีคลับ นำเสนอการประกอบอาชีพทางด้านเชฟทำอาหารอิตาเลียน บู๊ธที่สอง จะโชว์การทำเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์โดยบาร์เทนเดอร์ บู๊ธที่ 3 ของมูลนิธิ เอช เอช เอ็น เพื่อเด็กไทย ที่แสดงผลงานหัตถกรรมเช่น กระเป๋าถือ กล่องทิชชู่ เป็นต้น และบู๊ธที่ 4 ของมูลนิธิ Art No Hand แสดงผลงานจิตรกรรม ของเด็กในมูลนิธิฯ ที่ทำงานมาจำหน่ายโดยเด็กๆ ของทางมูลนิธิ จะได้รับการสอนจากอาจารย์เอก

นางปภาวดี กล่าวอีกว่า ศูนย์ฝึกฯและสถานพินิจฯ ทั้ง 2 หน่วยงานมีการฝึกอาชีพ และให้การศึกษาให้กับน้องๆ อยู่แล้ว รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัวรวมถึงมีการติดตามเด็กและเยาวชนที่ได้รับการปล่อยตัว แต่สิ่งที่กลุ่มจิตอาสา เข้ามาดำเนินกิจกรรมนั้น เรามุ่งเน้นที่การสรรหาแนวอาชีพใหม่ๆที่ในสังคมทั่วไปอาจยังไม่ทราบ รวมทั้งนำวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถ มาสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับน้องๆให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ เพื่อสามารถกลับไปสู่สังคมใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข